วันพฤหัสบดีที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

Work&Travel @New Hampshire ตอนที่4 Meredith ชิวๆใต้หลังคา

[T. June 16,2015]

      สัปดาห์นี้เป็นสัปดาห์แห่ง Bike week ค่ะ ผู้คนจะแห่กันเอาจักรยานยนต์คันใหญ่ๆ หรือที่พวกเราคนไทยเรียกกันว่า "Big Bike" ออกมาขับกันเต็มท้องถนนตลอดทั้งสัปดาห์ ลำพังแต่เดิมถนนก็เล็กอยู่แล้ว แล้วยังอยู่บนเขาอีก จะเดินทางกันช่วงนี้ก็ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษกันหน่อย ไม่ควรออกไปไหนไกลๆในเส้นทางที่นิยมขับ Big Bike กันนะคะ ^^

Sunshine and Pa's

      ปกติแล้ววันอังคาร-พุธร้านจะเริ่มเปิดประมาณ 5 โมงเย็น เพราะฉะนั้นช่วงเช้าถึงบ่ายจึงว่างและออกไปเที่ยวเล่นได้สักพัก(ถ้าไม่ตื่นสาย)แล้วค่อยกลับมาทำงาน เย้เย~ เนื่องด้วยพี่อุ๊ไม่อยากออกไปไหน แต่ก็ยังอยากให้พวกเราสี่สาวไปเปิดหูเปิดตานอกบ้านบ้าง ก็เลยเอาไปส่งไว้ที่ Meredith แถวๆทะเลสาบใกล้ๆ ให้เดินเล่นกัน พอถึงเวลาทำงานค่อยไปรับกลับ (นายจ้างใจดีแบบนี้หาที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว ><) แต่วันนี้ฟ้าฝนไม่ค่อยเป็นใจให้อยู่ทึ่โล่งสักเท่าไร ตกปรอยๆตลอด ก็เลยได้แต่เดินเข้าร้านนู้นออกร้านนี้ซะส่วนใหญ่ ร้านแรกก็คือ... "Sunshine and Pa's" เป็นร้านอาหาร Breakfast and Lunch ร้านเล็กๆ บรรยากาศข้างในน่ารักๆ *^_^* มีคนบ้างประปราย สังเกตมาหลายร้านแล้วว่าคนที่นี่เขาจะไม่คุยกันเสียงดัง ในร้านจะไม่โช้งเช้งๆ รู้สึกดีมากเลย


      ตอนพวกเราไปก็เกือบจะบ่ายโมงแล้วก็เลยกินปนๆกัน และอย่างที่เคยบอกว่าอาหารที่นี่จานใหญ่มากกก ใครอยากกินอะไรก็สั่งแล้วมาแชร์กันดีกว่า
Hot Chocolate



1/4 waffle

      ได้โปรดอย่าถามว่าชื่อเมนูอะไร เพราะลืมไปหมดแล้ว 55555 รู้แต่อร่อยทุกอย่าง ขนาด onion ring ที่ปกติไม่ค่อยชอบยังรู้สึกว่าของที่นี่อร่อย อื้มมมมม คิดแล้วเคลิ้ม 5555 

เก็บภาพ

      กินเสร็จแล้วก็ถ่ายรูปบรรยากาศรอบๆ




อุ๊ย! มีไอติม Ben&Jerry ด้วย แต่ยังอื่มอยู่ เอาไว้อีกสักพักจะกลับมา~

ร้านหนังสือออออ

      เฮ้ยยยย ร้านหนังสือของโปรด เข้าๆๆ (><) อ่าว ลืมไปว่ามีแต่หนังสือภาษาอังกฤษ 5555 แต่ก็มีบางเล่มที่หน้าตาคุ้นๆนะ หนังสือแปลนี่เอง แต่! ร้านนี้ไม่ได้ขายแต่หนังสือจ้า มีโซนของเล่นด้วย ก็จะเป็นพวกกระดานครอสเวิร์ด จิ๊กซอว์ โมเดล อะไรหลายๆอย่างที่มันเล่นแล้วได้พัฒนาสมองน่ะ  อีกมุมหนึ่งเป็นมุมตุ๊กตาโคตรน่าร้ากกกกก อ๊ายยยย มูสสสสสสส มีหลายขนาดมาก ซื้อให้ตัวเองหรือฝากใครดี? ตัวไหนดีน้า? [หยิบมูสขนาดกลาง] เอิ่ม... แพงอะ [หยิบมูสตัวใหญ่] เหอะๆๆ ราคาสมตัวดีเนาะ [หยิบมูสตัวเล็ก] นี่ถูกที่สุดแล้วใช่มั้ย อืม... [พยักหน้าสองทีแล้วหันไปข้างหลัง] แมววววว ทำไมมันน่ารักได้ขนาดนี้ นี่แมวในจินตนาการหรือเปล่า ขนขาวจั๊ว หมาก็นุ้มนุ่ม กระต่ายก็ขนปุยเชียว ทำตาป๋งตาแป๋วอ้อนจะให้พากลับไปด้วยใช่มั้ย ฮึ! ไม่หลงกลหรอก และสุดท้าย... ได้มูสน้อยมาหนึ่งตัว (ไหนว่าไม่หลงกลไง) 
บรรยากาศในร้านหนังสือ
มูสน้อยตามกลับมาด้วย

Ben&Jerry

      เดินเล่นอยู่พักใหญ่จนอาหารย่อยแล้วก็กลับมากินไอติมกันเถอะ


      ไม่พลาดวาฟเฟิลโคนค่ะ นี่เจ้ทำทิ้งไว้พักหนึ่งแล้วใช่มั้ย มันเลยไม่กรุบกรอบเท่าที่ควร แต่ให้อภัยเพราะไอติมรส cookie and cream กับ strawberry cheese cake นี้มันอร่อยยยย~

      แป๊บๆก็จะ 4 โมงเย็นแล้ว ต้องกลับไปทำงานแล้วล่ะ แล้วก็นะ... ฝนดันมาตกหนักเอาช่วงนี้ ฮ่วย! (- -'') 2 คนต่อร่ม 1 คัน เปียกสิคะ เปียกกกก ไม่มากก็น้อยก็ต้องเปียก เดินกินไอติมเลียบทะเลสาบกลางสายฝน โรแมนติกมั้ยล่ะ คิดเอาเอง บายยย

วันนี้สอนให้รู้ว่า : พยากรย์อากาศของประเทศนี้แม่นจัง บอกว่าฝนตกก็อยู่บ้านนะ ไม่งั้นจะได้เดินเล่นใต้หลังคาแบบวันนี้

วันศุกร์ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2558

Work&Travel @New Hampshire ตอนที่3 บอสตันเฟิร์สไทม์ และกล้องใหม่ไฉไลกว่าเก่า

2nd week

[อัพเดตความคืบหน้า : วันก่อนคุยเล่นกับพี่อุ๊(นายจ้าง&เจ้าของร้าน) พี่อุ๊บอกว่าให้บอกคนอื่นได้ว่ามาทำงานที่ไหน ชื่อร้าน "Lemon Grass Restaurant" นะ  งั้นขอบอกชื่อพี่อุ๊ด้วยเลยแล้วกัน มาพิมพ์พี่เขาๆ จะรู้เรื่องมั้ยเนี่ย]

      เอาล่ะ ถึงตาเราไปทำ SEVIS บ้างแล้ว! แต่ครั้งนี้พี่อุ๊ไม่ว่าง เลยให้บรีพาไปแทน(ชื่อเต็ม Briana ว่าที่น้องสะใภ้ของพี่อุ๊ และบรีก็ทำงานในร้านด้วย) เพราะบรีก็จะไปธุระเหมือนกัน และเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเที่ยว พี่อุ๊ใจดีให้พวกเราทั้งสี่คนไปเที่ยวบอสตันกันต่อ เย้เย~ เรื่องทำ SEVIS ไม่ต้องพูดถึงหรอก ไปบอสตันกันดีกว่า (^^) ขาไปแวะซื้อข้าวที่ร้านจีน ร้านจีนที่นี่จะให้เยอะมากกก และไม่แพงเมื่อเทียบกันปริมาณ แต่อาหารจะออกมันๆเลี่ยนๆ สั่งข้าวผัด+สปาเก็ตตี้+ปอเปี๊ยะทอด (ไม่ได้สั่งเยอะแต่อย่างใด มันมาเป็นเซ็ตอย่างงี้เอง) กินไม่หมดจ้า กินต่อได้อีก 2 มื้อ

เข้าเมือง : Boston, MA

      [T. June 9,2015] นี่มันบ้านนอกเข้ากรุงชัดๆ ที่เคยอยู่นี่หันไปทางไหนก็มีแต่ป่ากับป่า พอเห็นบ้านเห็นเมืองเป็นทิวแถวอย่างงี้แล้วมันตื้นตันใจ ที่เราไปกันคือแถวๆ Newberry จะมีที่ช้อปปิ้งมากมายคล้ายๆไป outlet เหมือนเดิมคือไม่ได้ซื้ออะไร เพราะเวลาน้อยด้วยแหละ เดินๆแป๊บเดียวก็มืดแล้ว ยังดีที่ได้ถ่ายรูปมาบ้าง

รถเยอะ ถนนเล็กเหมือนกรุงเทพฯ

แทบทุกบ้านจะมีดอกไม้ประดับอยู่หน้าบ้าน ออกดอกสวยมาก ><

มียอดแหลมอย่างกับปราสาทเลย

สวนสาธารณะกลางถนน ร่มรื่นน่านั่งเล่น

บ้านเรือนเหมือนในหนังเลยอ่าาา
ถ่ายรูปกับปราสาท

China town 

      เดินช้อปกันแล้วก็เดินต่อไปแถว China town  จุดหมายคือร้านอาหารจีนสักร้าน พวกเราว้อนท์ติ่มซำกันมาก 5555 ไปถึงก็สั่ง juicy pork dumpling มา 2 ชุด คือขนมจีบไส้หมูแบบมีน้ำข้างในฉ่ำๆ กัดแป้งแล้วจะมีน้ำไหลเยิ้มออกมาจากขนมจีบ เราก็ต้องดูดๆๆไม่ให้มันหก (โอ๊ยยย พิมพ์ไปน้ำลายจิไหล อยากไปกินอีกจัง โมเม้นต์นั้นฟินมาก) กับ Seafood soup รสชาติออกแซ่บๆ เผ็ดๆ ไปกัน 6 คน แต่สั่งเท่านี้แหละพนักงานถึงกับมองหน้า 5555

Ice cream, Ice cream

      จากนั้นก็ตบท้ายด้วยไอติมเจ้าดังของที่นั่น(เพื่อนแนะนำมา จำชื่อร้านไม่ได้แล้ว)  ร้านเล็กแต่คนเยอะมาก(คนขายดูจิ๊กโก๋จัง) เราสั่ง raspberry sherbet รสเปรี้ยวอมหวานกำลังดี งับเข้าไปแล้ว อื้มมมม... รู้สึกนุ่มลิ้นอย่างบอกไม่ถูก โอ๊ยยย อร่อยยยย แต่กินบ่อยๆไม่ดีอาจเป็นโรคทรัพย์จางได้ งื้ออออ


พี่ชายใจดีจัง ซื้อกล้องให้เล่นด้วย

     [ June 11,2015] พี่ชายชอบเล่นกล้องค่ะ ช่ายสรรหาซื้อกล้องออนไลน์ แล้วจะซื้อจากอเมริกาส่งไปไทยมันก็แพง ไหนๆก็มีน้องมาเมกาละให้น้องแบกกลับไปให้ด้วยซะเลย แต่จะให้นั่งมองกล้องเฉยๆหรอ หึ! ข้อแลกเปลี่ยนต้องมาสิ นั่นคือ ให้ใช้ระหว่างอยู่ที่นี่ก่อนไปได้ เย่!!! นี่เหมารวมว่าซื้อให้แล้วนะ 5555 ว่าแล้ว...วันนี้ day off เอากล้องไปลองสักหน่อยดีกว่า





ซูมระยะไกลก็ได้ ฮี่ๆๆ

      ที่จริงกล้องดีนะ แต่ฝีมือไม่ดีไงภาพเลยออกมาประมาณนี้ 555 การันตีได้เพราะตอนเซลฟี่นี่ชัดถึงรูขุมขน สิวมาเต็ม ปากแห้งยังซูมเห็น รอยคล้ำใต้ตาก็มา ไม่มีการฟรุ้งฟริ้งหลอกสายตาชาวบ้านบ้างเลย รับม่ายด้ายยยย ตกลงว่านี่มันดีมั้ยเนี่ย (T^T)

ปล. สุดท้ายแล้วไปบอกพี่ชาย เลยรู้ว่ามันมีโหมดเซลฟี่หน้าเนียนด้วย ฮุๆๆ


เที่ยวมาทั้ง week ได้ทำงานบ้านปะเนี้ยยย

      มีรูปมาอัพตลอดๆ ได้ทำงานบ้านปะเนี่ยยย นี้คือสิ่งที่ทุกคนคิดใช่มั้ย 5555 งานน่ะก็ทำ แต่มันไม่ค่อยมีดีเทลอะไรใหม่ๆแล้วไง จะมีก็แต่ความคืบหน้าเล็กน้อย อย่างสัปดาห์นี้เริ่มทำงานดีขึ้นโดนชมจนจะลอยละ (><) ไม่มีการถ่อมตัวอะไรทั้งนั้นอะ เราก็บอกพี่เขานะว่า "ชมเถอะค่ะ เพราะเวลาทำอะไรผิดจะได้ว่าให้เต็มที่ ชมบ้างว่าบ้างเจ๊ากันพอดี" เวลาร้านโล่งๆก็ดีนะ ทำงานสบายๆดี แต่พอร้านยุ่งนี่ทุกคนก็ตั้งหน้าตั้งตาทำงาน รีบๆเร่งๆ แล้วอย่า!ทำอะไรผิดเวลานั้นเข้าล่ะ ระวังองค์จะลงแล้วจะโดนกินหัวกันทั้งทีม เหอะๆๆ 
      ปกติแล้ววันเสาร์จะเป็นวันที่ลูกค้าเยอะที่สุด เมื่อวันเสาร์ที่ 13 ได้เลื่อนขั้นเป็น Food run จ้า มีหน้าที่คอยเสิร์ฟอาหาร เก็บจาน เช็ดโต๊ะ ลูกค้าอยากได้อะไรก็หยิบมาให้ ประมาณนี้ (ไม่ได้จดรายการอาหารนะ) และสุดท้ายพอหมดวันจะได้ทิปจาก Server (คนที่คอยรับและจดรายการอาหารจากลูกค้า) คนละ 2% จากทั้งหมด ฮี่ๆๆ รายจ่ายไปเยอะละ รายรับครั้งแรกมาสักที แท่น แทน แท้นนนน $18.5 ค่ะท่านผู้ชม เออเอาวะ เท่าไรก็เอา มาทำงานหาเงินนี่เนาะ เฮ้ย! ไม่ใช่! มาหาประสบการณ์ค่ะ (ยิ้มหวาน 5 วิ) 5555 อื้ม... ยังไงดีล่ะ ไม่พูดเรื่องเงินแล้วกันเนาะ มาทั้งทีต้องใช้ชีวิตให้คุ้ม กลับบ้านได้แน่นอนเพราะจองตั๋วเครื่องบินแล้ว 5555 

วันพุธที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2558

Work&Travel @New Hampshire ตอนที่2 First Day, First Week (มีรูป)

1st week

First date : วันแรกพบ...ซูชิ

      ยังไม่ลืมกันใช่มั้ยคะ งานที่ต้องทำครั้งนี้คือร้านอาหารเอเชีย เมนูอาหารจะมีอาหารไทยกับญี่ปุ่นเป็นหลัก สิ่งที่ต้องเรียนรู้วันแรกนี้คือ "ห่อซูชิ" ฟังดูไม่ยาก แต่ยากสำหรับมือใหม่ในการห่อยังไงให้สวย แน่น ไม่เล็ก และไม่ใหญ่เกินไป และที่ยากกว่าห่อคือจำไส้และซอสค่ะ โอ๊ย! แค่ซูชิก็มีเป็นสิบเมนูละ อ่านชื่อเสร็จก็ต้องรู้ว่าไส้มีอะไรบ้าง ราดซอสอะไร แล้วยังมี appatizer อีก น้ำจ้งน้ำจิ้มนี่ก็แทบไม่ซ้ำกันสักเมนู แรกๆก็ช่วยห่อซูชิดีๆอยู่หรอก แต่พอคนเริ่มเยอะ เริ่มยุ่งเท่านั้นแหละ โดนคัดออกไปหั่นผักในครัวจ้า โทษฐานช่วยไม่ได้แล้วยังเกะกะ ฮือๆ (TT)

ทำงานแล้วก็พักบ้าง :)

      พอไปทำงานได้สองวัน ก็เป็นวันร้านหยุด พี่เจ้าของร้านต้องพาเพื่อนๆไปทำ social security card (ทุกคนที่ไปกับโครงการนี้หรือไปทำงานในอเมริกาต้องทำนะจ๊ะ) แล้วก็จะพาพวกเราทั้ง 4 ไปเดินเที่ยวต่อด้วย ยิปปี้~
      ก่อนไป แวะ American breakfast restauruant เมนูอาหารที่ประเทศนี้จะเป็นแบบมีชื่ออาหาร แล้วก็ส่วนประกอบอธิบายไปด้วยว่าเมนูนี้ใส่อะไรลงไปบ้าง มันยากและนานตรงต้องอ่านทุกตัวนี่แหละ แล้วคิดว่าฉันรู้จักทุก ingredient ที่ใส่หรอออ ประเทศไทยมีสิ่งนี้มั้ยยย ก็อ่านไปถามเพื่อนข้างๆไปสิคะ แล้วพอสั่งเท่านั้นแหละ 5555 มันเป็นการสั่งอาหารมื้อแรกที่ฮามาก ทุกคนบนโต๊ะหัวเราะน้ำตาแทบเล็ด ดีนะที่พนักงานไม่ฮาด้วย ได้โปรดอย่าถามว่าเกิดอะไรขึ้น มันจะทำให้อับอายขายขี้หน้าไปถึงสถาบันอะ อย่าเล่าเลย 5555 แต่สุดท้ายก็ได้สิ่งนี้มากินนะ
ออมเล็ตอะไรสักอย่าง

New Hampshire Historical Society

      ลักษณะเด่นคือยอดโดมมีสีทอง เป็นพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ที่บอกเล่าเรื่องราวของรัฐนิวแฮมป์เชียร์ และดูเหมือนเป็นสถานที่ทำงานราชการด้วย อารมณ์คล้ายๆศาลากลางจังหวัดบ้านเรา ถ้าถามว่าดูรู้เรื่องมั้ย ตอบเลยว่า...ไม่! 55555 ภาษาอังกฤษทั้งนั้นเลยอะ จากตอนแรกคิดว่าน่าจะพอไปวัดไปวาได้ แต่มาอยู่ที่นี่แล้วรู้สึกอ่อนด๋อยมาก โอเค อย่าพูดถึงมันเลย เขาจัดแสดงอะไรเราก็ดูไปเถอะ

ด้านนอก

เข้าไปจะเจอแบบนี้

มีธนบัตรของประเทศไทยด้วย เธอเห็นแบงค์ 20 ข้างบนนั้นมั้ย :)

Postcard : Bull Moose เป็นสัญลักษณ์ของรัฐ ไปที่ไหนก็จะเจอ




      เดินออกมาด้านนอกจะเป็นย่าน downtown พวกเราก็เดินเล่นสวยๆ กินบรรยากาศดีๆ มีร้านขายของทั่วไป เบเกอรี่เจ้าอร่อย(ซื้อ lemon bar มา1 ชิ้น อร่อยดี เปรี้ยวๆ หวานๆ ไม่มีรูปเพราะกินหมดแล้ว) และ...เจ้าหน้าที่ซ่อมถนน (- -)




      สวยเน้ออออ บรรยากาศแบบที่ไทยไม่มีอะ อย่างงี้สิเรียกว่าเปลี่ยนบรรยากาศของจริง (><)

      จากนั้นก็ไปเดิน outlet และแวะซุปเปอร์ซื้อของทำ barbeque  party กันพรุ่งนี้ เย้~


Barbeque Party Time!!

      ทุกคนที่ทำงานในร้านถูกเชิญมาร่วมปาร์ตี้ที่บ้านค่ะ บางคนก็เคยเจอแล้วที่ร้าน แต่ส่วนใหญ่นี่ยังไม่เคยเจอแฮะ แนะนำตัวกันจนเม็มเต็มกันไปข้าง บางคนก็เตรียมบาร์บีคิวมาด้วย บางคนก็ทำสตูเนื้อมาด้วย ทำดิปมาจิ้มมันฝรั่งก็มี


 ไม้เล็กคือบาร์บีคิวไทย ฝีมือคนไทย , เนื้อกลมๆเอาไว้ทำแฮมเบอร์เกอร์

ไม้ใหญ่โตคือบาร์บีคิวฝรั่ง ฝีมือฝรั่ง (ที่จับแทบไม่มี ไก่ก็ไม่สุก ต้องบั้งอีก)

กินของคาวเสร็จก็ต่อด้วยของหวาน เอามาร์ชเมโล่วมาผิงไฟสักแป๊บ

พอเริ่มละลายแล้วก็เอาเครกเกอร์กับช็อกโกแลตประกบ ตู้มมม! เกิดเป็น s'mores!!

      ยัง... ยังไม่พอ กินเสร็จแล้วจะย่อยอาหารใช่มั้ย เราก็มีวอลเลย์ให้เล่นด้วย ตั้งเน็ตกันตรงสนามหญ้าข้างบ้านนั่นแหละ หูยยยยย ชีวิตดีอะ นี่มาทำงานหรือเปล่าเนี่ย 5555 แต่! ชีวิตดีๆก็มีดีอยู่แค่นั้นแหละ อย่าลืมว่าที่นี่ประเทศอเมริกา เพราะงั้นพนักงานที่นี่ก็เป็นคนอเมริกาด้วย ถามว่าคุยกับเขารู้เรื่องมั้ย เอิ่มมม... ต้องบอกว่า "again please" 5555


 ร้องไห้แป๊บบบบ

      2 วันแห่งความสนุกผ่านไป ได้เที่ยวเล่นพักผ่อนกันเต็มที่  กลับมาทำงานวันนี้นี่ไปไม่เป็นเลยจ้า ของอะไรอยู่ที่ไหนลืมหมด ซอสยิ่งจำไม่ได้อยู่ ก็ต้องมาจำใหม่ ซูชิก็ห่อไม่ได้ มือมันไม่ชินซะงั้นแหละ ทำอะไรก็ไม่ถูกใจใครไปหมด โดนดุตลอดเวลา บางอย่างเราไม่ได้ทำซะหน่อย แต่โดน(อ้าว) บางอย่างก็ทำอย่างที่พี่คนหนึงสอนนะ แต่พอพี่อีกคนมาเห็นเข้ามันคือไม่ใช่ไง โดนไปจ้า(ไอ้ที่ถูกต้องคืออะไรวะ?) แล้วเป็นเด็กใหม่เพิ่งไปไง ปากเสียงไม่มี เถียงไม่เป็น น่ารักเรียบร้อย สงบเสงี่ยมเจียมตัวสุดๆ แต่เอาเข้าจริงๆ เราก็ทำไม่ดีจริงๆนี่นา จะไปโทษใครได้ล่ะ เครียดดดดด กลับมาบ้านมาแชตกับเพื่อนแล้วคิดถึงเพื่อนเลยอะ นี่เรามาทำอะไรที่อีกฟากหนึ่งของโลกนี่ มาเพื่อให้เป็นตัวเปรียบเทียบกับคนอื่นหรอ แล้วคนอื่นก็ทำได้ดีกว่าเราทุกอย่างเราก็เลยโดนว่าอยู่คนเดียวอย่างงั้นหรอ ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจเข้าไปอีกโอ๊ยยยย น้ำตาซึม คุยกับเพื่อนเรื่องทั่วไปนะ ไม่ได้เม้าท์เรื่องที่โดนดุโดนว่าเลย แต่มันก็ยิ่งคิดถึงนะว่ามั้ย ที่นี่ไม่มีใครคุยเล่นได้แบบเพื่อนเราเลย  อยู่ๆน้ำใสๆก็ไหลออกมา แงงงงง กลับบ้านได้มั้ย ไม่เคยรู้สึกคิดถึงจริงจังขนาดนี้มาก่อนเลย แงงงงงง ไม่ได้! นี่มันเพิ่งเริ่มต้นเว้ยจรัส (จรัส?) สู้เขาสิ! เราต้องพิสูจน์ว่าเราก็ทำได้เหมือนกัน "คนอื่นทำได้ เราก็ต้องทำได้" จำไว้นะ ตอนนี้ยังไม่คล่องไม่เป็นไร ตั้งใจเรียนรู้ไปเรื่อยๆ อีกไม่นานเราก็จะเก่งแน่นอน อย่าให้เสียชื่อสถาบันดิ อายเขานะเว้ย ร้องไห้กลางสนามรบก็เท่ากับยอมแพ้คู่ต่อสู้ดิ ประเด็นคือ อุตส่าห์มาถึงนี่ทั้งทีเพิ่งมาได้ 5 วัน กลับตอนนี้ก็ไม่ได้อะไรเลยสิ อ้อ! ได้แฮะ ได้เสียตังค์ ค่าโครงการ ค่าตั๋วเครื่องบิน ค่านู่น นี่ นั่น สารพัดที่จ่ายไปแล้ว และถ้าจะกลับเลยต้องเปลี่ยนตั๋ว เสียค่าเปลี่ยนตั๋วเพิ่มอีก ไม่ด้ายยยยยย สรุปว่ากลับไม่ได้! อยู่ต่อ ก้มหน้ารับชะตากรรมไป ดีชั่วอยู่ที่ตัวเราทำ ทำให้ดีที่สุดนะจ๊ะเบ่บี๋ ต้องมีวันของเราแน่นอน สู้ๆๆ (\^0^/)

วันพฤหัสบดีที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2558

Work&Travel @New Hampshire ตอนที่1 เด็กเวิร์คมือใหม่ Hi, New Hampshire, USA

ก่อนอื่นมารู้จักกันก่อนสักเล็กน้อยนะคะ

     เป็นน.ศ.คณะวิศวกรรมศาสตร์ตัวเล็กๆคนหนึ่งจาก มจพ. (มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ) ที่ใฝ่ฝันอยากไปโครงการ work and travel สักครั้งในชีวิต เพราะอยากลองของใช้สกิลภาษาอังกฤษที่มีอยู่นิดหน่อยแบบแค่พอคุยกับครูฝรั่งสมัยมอต้นรู้เรื่อง และที่บ้านก็ไม่ได้มีเงินมากมายขนาดไปเที่ยวอเมริกาได้สบายๆด้วยสิ ก็เลยเอาวะ! ไปเวิร์ค ได้ตังค์คืนด้วยได้เที่ยวด้วยก็ยังดี และที่สำคัญ ไปดูค่ะว่าอเมริกามีอะไร เคยได้ยินอะไรมาต้องพิสูจน์ว่าจริงมั้ย เทพีเสรีภาพหรอ นิวยอร์คซิตี้จะเหมือนกรุงเทพมั้ย ดูแต่ในภาพมันไม่เรียล มาสัมผัสเองเลยดีกว่า หรือพูดให้ดูสวยๆก็ต้องบอกว่า "มาหาประสบการณ์ค่ะ" [ยิ้มหวาน 5 วิ] อุวะฮะฮ่า

      จากนั้น เราก็ตัดสินใจสมัครเข้าร่วมโครงการกับเอเจนซี่รายหนึ่ง (ใครจะไปเวิร์คควรเลือกเอเจนซี่นิดนึงนะคะ เพราะมีปัญหากันเยอะเหมือนกัน ส่วนตัวถามคนที่เคยไปแล้วบอกว่าของรายนี้โอเคก็เลยเลือกมา) และจบลงที่ได้งานที่ร้านอาหารเอเชียซึ่งเจ้าของร้านเป็นคนไทย ที่รัฐนิวแฮมป์เชียร์(New Hampshire) อยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศอเมริกา ติดกับแคนาดา (บอกชื่อเอเจนซี่กับชื่อร้านได้หรือเปล่า ไม่แน่ใจ)


      คนที่ได้งานที่นี่มี 4 คนด้วยกัน ก็คุยกันบ้างช่วงระหว่างโครงการจัดอมรมณ์นู่นนี่นั่นเพื่อเตรียมตัวก่อนออกเดินทาง ไอ้เราก็หวังว่าจะได้มีเพื่อนร่วมทริปพาขึ้นเครื่องบิน แต่ก็นะ หวังไปเถอะ เพื่อนๆเขาไปกันก่อนจ้ะ เขาสอบเสร็จแล้วก็ไปกันเลย ตัวเองอยู่สอบไฟนอลให้เสร็จก่อนเถอะ ก็มหาลัยตัวเองเลื่อนสอบเองอะ เลยเสร็จช้าเลย ช่วยไม่ได้ หึ![เบ้ปาก] (<<บอกตัวเอง) ดังนั้นกรุ๊ปไลน์คือทางออก มีอะไรเราจะได้บอกกันนะจ๊ะ
      แล้วที่หลับที่นอนนายจ้างเขาก็ใจดีหาให้ แต่ดันหาไม่ได้เพราะแถวนั้นแพงมากๆ เขากลัวพวกเราจะจ่ายกันไม่ไหวก็เลยให้อยู่บ้านของเขา 2 คน และบ้านของแม่เขาอีก 2 คน แบ่งๆกันไป

      เอาล่ะ ต่อจากนี้จะเป็นการเล่าๆๆๆ มีอะไรอยากเล่าก็จะเล่า เหมือนเม้าท์ให้เพื่อนฟังอะ เพราะมาคนเดียว พ่อ แม่ พี่ น้อง เพื่อนก็เลยเป็นห่วง(รึเปล่า?) แล้วเวลาที่นี่กับที่ไทยหางกัน 11ชม. เราตื่นเขานอน เขาตื่นเรานอน งานก็ต้องทำ ไม่ค่อยมีเวลาเม้าท์กับใครที่ไทยเลยอะ เศร้าใจ(TT) งั้นอัพบล็อกทิ้งไว้ดีกว่า ใครว่างอ่านจะได้มาอ่านกันเนาะ (^^)
ปล. สาระไม่ค่อยมี มีแต่ประสบการณ์ดีๆที่จะแบ่งปันให้เธอ อ๊ายยยย (>\\\<)
ปล.2 อันตัวข้าพเจ้า ณ ตอนนี้อยู่ที่อเมริกาได้เกือบสองสัปดาห์แล้ว จะพยายามอัพบ่อยๆแล้วกัน

Let's start!

Next station : "Concord, New Hampshire"

      กำหนดการณ์เที่ยวบินคือ ออกเดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิ เวลา 8.10 น. ของวันที่ 30 พ.ค. ไปต่อเครื่องที่ญี่ปุ่น ถึงบอสตันประมาณ 1 ทุ่ม ของวันที่ 30 พ.ค. ตามเวลาท้องถิ่น แล้วนายจ้างจะมารับที่สนามบินไปบ้าน ย้าฮู~ สบายจังงง (\^0^/) แต่เดี๋ยวก่อน! ณ คืนวันที่ 29 พ.ค. ระหว่างที่จัดของอยู่นั้นก็มีเมลเข้ามา 

      "สวัสดีค่ะแก้ม พรุ่งนี้รบกวนให้นั่งรถบัสจากbostonมาconcord, new hampshireนะคะ วันเสาร์ที่ร้านยุ่งมากไปรับถึงboston ไม่ได้ มาถึงแล้วโทรหาพี่ด้วย xxx-xxx-xxxx" 

      หืมมมม? "Concord?" Concord? Concord คืออารายยยยยย ชื่อเมืองหรอ? ชื่อเมืองใช่ม้ายยย?  โอ๊ยตายแล้ว นี่คือไปอเมริกาครั้งแรก ออกนอกประเทศครั้งแรก และไปคนเดียว ป้าดดดดดด ก็ยังดีวะที่มีคำว่า "นั่งรถบัส" อย่างน้อยก็คือต้องขึ้นรถบัสไปสินะ จะมีรถบัสไปส่งฉันที่ concord ใช่มั้ย แล้วจะโทรหายังไงวะ เปิดโรมมิ่งก็เสียตังค์ดิ  ให้ตายเหอะ จัดกระเป๋าไปกรีดร้องไป  (TOT)

ณ ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ 

      เอิ่ม... บอกไปแล้วใช่มั้ยว่าออกนอกประเทศครั้งแรก คือไม่รู้เรื่องอะไรเลยในการที่จะทำอะไรก็แล้วแต่ในสนามบิน ยังดีนะที่มีคนมาส่ง แต่คนที่มาส่งก็แอบใจร้ายอะ ผลักไสเค้าให้เข้าไปในเทอมินอลซึ่งจะออกมาไม่ได้อีก เค้าต้องอยู่คนเดียวใช่มั้ย[น้ำตาซึม] เอาใหม่ คนมาส่งใจดีก็ได้ ถึงจะส่งแล้วแต่ก็ถือสายโทรศัพท์ไว้ตลอดจนถึงเกจ (กลัวไปทำเซ่อซ่าหลงทางสินะ) แม่ก็โทรมากลัวว่าลูกจะไม่ตื่น เพื่อนก็โทรมาบอกว่าแอม โซ ซอรี่ ที่ไม่ได้ไปส่ง  แล้วสุดท้ายก็โทรไปร่ำลาย่าที่บ้านได้ทันก่อนจะประกาศให้ขึ้นเครื่องพอดี บ๊ายบายไทยแลนด์~ I'll be back in three month jub jub.

บนเครื่องบิน
      งานนี้เตรียมของมาทำบนเครื่องบินเยอะมาก นิยาย 1 เล่ม, box set ซีรี่ส์คุณชายกาแฟฉบับการ์ตูน 1 box , paper ที่ต้องใช้ทำโปรเจกต์ แล้วก็ โหลดละครกระทิงมาไว้ดู กะว่าจะใช้เกือบ 20 ชม.ที่อยู่บนเครื่องบินให้คุ้มไปเลย 5555
      ที่นั่งข้างๆเป็นลุงต่างชาติคนหนึ่ง ถึงจะแก่แต่ท่าทางยังแข็งแรงมาก ลุงแกชวนคุย(เป็นภาษาอังกฤษ)ตั้งแต่เครื่องออก Where are you from? อะไรก็ว่าไป ได้ความประมาณว่าแกเป็นชาวฮาวายเอี้ยน มีอาชีพปลูกไร่กาแฟกับเม็คคาเดเมียร์ มาเมืองไทยบ่อยๆ เพราะชอบและมีเพื่อนอยู่ที่นี่ ชอบกินอาหารไทยด้วย และนี่ก็กำลังจะกลับบ้านที่ฮาวาย เราก็เล่าให้เขาฟังบ้างว่าเราก็กำลังจะไปอเมริกาเหมือนกัน ไปโครงการเวิร์คแอนด์ทราเวล Do you know? คือเราจะต้องทำงานก่อน แล้วใช้เงินนั้นไปเที่ยว 5555 แล้วไอก็ไปทำงานที่ร้านอาหารไทยด้วยนะ ลุงบอกว่าที่อเมริกาก็มีร้านอาหารไทยเยอะแยะ แต่รสชาติไม่เหมือนกินที่เมืองไทย (เพราะงั้นแกเลยมาบ่อยๆ <<อันนี้แกไม่ได้บอก 555)
      คุยกันได้พักใหญ่ ในใจเริ่มหวั่นว่า 'นี่เราต้องคุยกันตลอดทางเลยหรอ ฉันเริ่มรู้สึกไม่ได้ดีแล้วอะ คลื่นไส้วิงเวียน เพราะนอนน้อยช่วงสอบแน่ๆ' แต่ลุงแกก็คงอยากเป็นส่วนตัวเหมือนกัน แอบเนียนสอนใช้มอนิเตอร์ สอนดูหนัง ฟังเพลง ดูแผนที่ไปเรื่อย เราก็บอกลุงว่าไป "I feel not ok." ลุงแกก็เป็นห่วงเอาถุงมากางให้ดูแล้วสอนวิธี... (เอิ่ม.. ใช้คำว่า "อ้วก" ได้ใช่มั้ย จะใช้ "อาเจียน" ก็ดูสุภาพไป) เออ นั่นแหละ ลุงแกสอนวิธีอ้วกใส่ถุงอะ แล้วบอกว่าไอไม่มียา ให้ขอแอร์ฯสิ งื้ออออ ไม่ดูแลคนป่วยหน่อยหรอลุง คนมันเดินทางคนเดียว ยิ่งขาดความอบอุ่นอยู่ (TT)
      หลังจากกินยาที่แอร์ฯสาวคนสวยเอามาให้แล้วก็หลับค่ะ หลับจนใกล้จะถึงญี่ปุ่น พอขยับตัวได้ลุงก็ถาม Are you feel better? โอ้ ดีขึ้นมาก ขอบคุณที่มีสิ่งนี้เกิดขึ้นบนโลก หนูจะไม่ลืมบุญคุณคนคิดค้นยาแก้เมาเครื่องเลย ส่วนลุง เราจะต้องจากกันแล้ว ขอบคุณสำหรับความเฟรนลี่ที่ให้หนูได้ซ้อมภาษาอังกฤษก่อนเจอของจริง บายยย~
      คราวนี้ต่อเครื่องไปบอสตัน ที่นั่งข้างๆเป็นป้าชาวมาเลเซียร์ เราทักทายกันนิดหน่อยแล้วป้าแกก็ให้ลูกอมกระชับความสัมพันธ์ฉันท์เพื่อนบ้านมาเม็ดหนึ่ง จากนั้นก็ต่างคนต่างอยู่ จะดูหนังฟังเพลงอะไรก็เรื่องของป้าละ ส่วนเราน่ะหรอ หึหึหึ[หัวเราะชั่วร้าย] หลับสิคะ หลับอย่างเดียวเลย ยายังไม่หมดฤทธิ์ใช่ม้ายยยย ตื่นมากินข้าวแล้วก็ดูซินเดอเรลล่าเรื่องหนึ่ง แล้วก็นอนยาวต่อ ตื่นอีกทีเครื่องบิน landing พอดี นี่กะนอนเอาคืนช่วงสอบเลยใช่มั้ยฮะ สรุปได้ว่า ทุกสิ่งทุกอย่างที่เตรียมไปข้างต้น ไม่ได้ทำสักอย่างเดียว ได้นอน กิน ดูซินเดอเรลล่า และของแถมเป็นยาแก้เมาเครื่องอีก 3 เม็ด (^^")
เครื่องบินจอดที่  Boston International Airport : เธอเห็นพระจันทร์นั่นไหม มีกระต่ายอยู่บนนั้นเหมือนที่บ้านเราเลย (^^) [พระจันทร์เล็กมาก  ดูวิวแทนละกัน]


 At Boston International Airport

      พอเดินออกมาจากสนามบินก็เจอภาพนี้


      ในใจท่อง 'ขึ้นบัสไปคอนคอร์ดๆๆ' รถที่นี่ขับคนละฝั่งกับเมืองไทยนี่นา แล้วมันต้องขึ้นฝั่งไหนวะ? ต้องข้ามฝั่งไปเปล่า? ขึ้นตรงไหน? สายอะรายยยย? โอ๊ย! งงชีวิต  แถวนี้มีแต่หัวทองๆแล้วด้วยดิ แต่ถึงจะถามหัวดำไปก็คงไม่รู้เรื่องเหมือนกัน ยังไงดีๆ อ๊ะ! เจอรปภ.นั่งเฉยๆ ทำหน้าตาเซื่องซึมอยู่คนเดียว ลุย!!!

I : "Excuse me. How to go to Concord, New hampshire?"
รปภ. "What?" ทำหน้างง
I : "How to go to Concord, New Hampshire?"
รปภ. "What? Again. Where are yougoing?" หน้างงหนักกว่าเก่า
I : "Concord. C-o-n-c-o-r-d" สะกดซะเลย
รปภ. "Ahhhhh. Concord!" หน้าอเมซิ่งมาก เหมือนว่าข้ารู้ ข้าเห็น ข้าบรรลุแล้ว "Go there, at north station" ชี้มือไปทางที่เราเดินจากมา
I : "OK. Thank you" รีบไปดีกว่า บายยยย อย่านั่งหลับในเวลางานนะลุง

      นั่งๆยืนๆรออยู่พักใหญ่บัสที่จะไปคอนคอร์ดก็มา ข้างรถเขียนว่า "free wifi on bus" หือ? มีไวไฟฟรีบนบัสด้วยหรอ? ลองดิ๊ เฮ้ย! มีจริงอะไรจริง (ตื่นเต้นเวอร์ไปละ - -) 5555 เก๋ๆอะ ประเทศนี้เขาดีเนอะ
      ครึ่งทางผ่านไป(รู้ได้ไง? : เปิดกูเกิ้ลแมพสิคะ) มีไลน์เข้า จากเพื่อนที่มาก่อนนั่นเอง เพื่อนบอกว่า 'พี่เขากำลังออกไปรับนะ ให้รอก่อน' อะค่ะ ใกล้ถึงสถานีพอดี ไม่ต้องคิดว่าลงตรงไหน เพราะรถนี่วิ่งยาว ทุกคนลงสุดสายเหมือนกัน อืม... มืดแล้ว หนาวด้วย (=[]=!) ใครบอกว่าซัมเมอร์ร้อนเหมือนเมืองไทยอย่าไปเชื่อนะ ตอนกลางคืนหนาวมาก เตรียมใจเผื่อหนาวมาบ้างก็ดี แต่นี่ไม่ได้เตรียมไง ยืนหนาวไปดิ จากตอนแรกมีอยู่ 3-4 คน ก็ค่อยๆมีคนมารับไปเรื่อยๆ เรื่อยๆ จนสุดท้าย... บร๊ะเจ้า! Alone at the station ค่ะพี่น้อง! อูยยยย... หนาวววว พี่ชายยยย ฉันหนาวววว
      และแล้วแสงสว่างจากไฟรถก็มาหยุดลงตรงหน้า อุวะฮะฮ่าๆๆ ข้าชนะ มีคนมารับข้าแล้ว นายจ้างที่น่ารักของเรานั่นเอง รู้สึกขอบพระคุณมากที่ยังไม่ลืมกัน [ทำหน้าซาบซึ้ง] พอถึงบ้าน(อยู่บ้านนายจ้างเลย)ก็เจอรูมเมท 1 คน กำลังจะนอน (4-5 ทุ่มได้แล้ว) มาขอพัดลมอีกตัวเอาไว้ให้เรา เพราะในห้องนอนมันร้อน แล้วเธอก็นอน ส่วนเราจัดการอาบน้ำเตรียมนอนเหมือนกัน นั่งเครื่องมาข้ามวันไม่อาบก็ไม่ไหว ในห้องน้ำก็นะ เอิ่ม... ปิดฝักบัวยังไงหว่า? อ้อ!ดึงนี่ เอิ่ม... แล้วน้ำอุ่นล่ะ? แงงง หาไม่เจอ อาบน้ำเย็นเจี๊ยบไปละกัน ไม่ไหวแล้ว อยากนอนแล้ว ก่อนนอนพี่เขา(นายจ้าง)มาถามว่าพรุ่งนี้จะเริ่มงานเลยมั้ย? ไปตอน 4 โมงเย็นพร้อมเมท ก็เลยโอเคค่ะ เริ่มงานไวๆ จะได้ทำงานเป็นไวๆ แล้วก็มีตังค์ใช้ไวๆเนาะ อิอิ (^^) งั้นไปนอนกันเถอะ ง่วงอีกแล้ว (= =) GN นะฮะ