ก่อนอื่นมารู้จักกันก่อนสักเล็กน้อยนะคะ
เป็นน.ศ.คณะวิศวกรรมศาสตร์ตัวเล็กๆคนหนึ่งจาก มจพ. (มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ) ที่ใฝ่ฝันอยากไปโครงการ work and travel สักครั้งในชีวิต เพราะอยากลองของใช้สกิลภาษาอังกฤษที่มีอยู่นิดหน่อยแบบแค่พอคุยกับครูฝรั่งสมัยมอต้นรู้เรื่อง และที่บ้านก็ไม่ได้มีเงินมากมายขนาดไปเที่ยวอเมริกาได้สบายๆด้วยสิ ก็เลยเอาวะ! ไปเวิร์ค ได้ตังค์คืนด้วยได้เที่ยวด้วยก็ยังดี และที่สำคัญ ไปดูค่ะว่าอเมริกามีอะไร เคยได้ยินอะไรมาต้องพิสูจน์ว่าจริงมั้ย เทพีเสรีภาพหรอ นิวยอร์คซิตี้จะเหมือนกรุงเทพมั้ย ดูแต่ในภาพมันไม่เรียล มาสัมผัสเองเลยดีกว่า หรือพูดให้ดูสวยๆก็ต้องบอกว่า "มาหาประสบการณ์ค่ะ" [ยิ้มหวาน 5 วิ] อุวะฮะฮ่า
จากนั้น เราก็ตัดสินใจสมัครเข้าร่วมโครงการกับเอเจนซี่รายหนึ่ง (ใครจะไปเวิร์คควรเลือกเอเจนซี่นิดนึงนะคะ เพราะมีปัญหากันเยอะเหมือนกัน ส่วนตัวถามคนที่เคยไปแล้วบอกว่าของรายนี้โอเคก็เลยเลือกมา) และจบลงที่ได้งานที่ร้านอาหารเอเชียซึ่งเจ้าของร้านเป็นคนไทย ที่รัฐนิวแฮมป์เชียร์(New Hampshire) อยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศอเมริกา ติดกับแคนาดา (บอกชื่อเอเจนซี่กับชื่อร้านได้หรือเปล่า ไม่แน่ใจ)
คนที่ได้งานที่นี่มี 4 คนด้วยกัน ก็คุยกันบ้างช่วงระหว่างโครงการจัดอมรมณ์นู่นนี่นั่นเพื่อเตรียมตัวก่อนออกเดินทาง ไอ้เราก็หวังว่าจะได้มีเพื่อนร่วมทริปพาขึ้นเครื่องบิน แต่ก็นะ หวังไปเถอะ เพื่อนๆเขาไปกันก่อนจ้ะ เขาสอบเสร็จแล้วก็ไปกันเลย ตัวเองอยู่สอบไฟนอลให้เสร็จก่อนเถอะ ก็มหาลัยตัวเองเลื่อนสอบเองอะ เลยเสร็จช้าเลย ช่วยไม่ได้ หึ![เบ้ปาก] (<<บอกตัวเอง) ดังนั้นกรุ๊ปไลน์คือทางออก มีอะไรเราจะได้บอกกันนะจ๊ะ
แล้วที่หลับที่นอนนายจ้างเขาก็ใจดีหาให้ แต่ดันหาไม่ได้เพราะแถวนั้นแพงมากๆ เขากลัวพวกเราจะจ่ายกันไม่ไหวก็เลยให้อยู่บ้านของเขา 2 คน และบ้านของแม่เขาอีก 2 คน แบ่งๆกันไป
เอาล่ะ ต่อจากนี้จะเป็นการเล่าๆๆๆ มีอะไรอยากเล่าก็จะเล่า เหมือนเม้าท์ให้เพื่อนฟังอะ เพราะมาคนเดียว พ่อ แม่ พี่ น้อง เพื่อนก็เลยเป็นห่วง(รึเปล่า?) แล้วเวลาที่นี่กับที่ไทยหางกัน 11ชม. เราตื่นเขานอน เขาตื่นเรานอน งานก็ต้องทำ ไม่ค่อยมีเวลาเม้าท์กับใครที่ไทยเลยอะ เศร้าใจ(TT) งั้นอัพบล็อกทิ้งไว้ดีกว่า ใครว่างอ่านจะได้มาอ่านกันเนาะ (^^)
ปล. สาระไม่ค่อยมี มีแต่ประสบการณ์ดีๆที่จะแบ่งปันให้เธอ อ๊ายยยย (>\\\<)
ปล.2 อันตัวข้าพเจ้า ณ ตอนนี้อยู่ที่อเมริกาได้เกือบสองสัปดาห์แล้ว จะพยายามอัพบ่อยๆแล้วกัน
Let's start!
Next station : "Concord, New Hampshire"
กำหนดการณ์เที่ยวบินคือ ออกเดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิ เวลา 8.10 น. ของวันที่ 30 พ.ค. ไปต่อเครื่องที่ญี่ปุ่น ถึงบอสตันประมาณ 1 ทุ่ม ของวันที่ 30 พ.ค. ตามเวลาท้องถิ่น แล้วนายจ้างจะมารับที่สนามบินไปบ้าน ย้าฮู~ สบายจังงง (\^0^/) แต่เดี๋ยวก่อน! ณ คืนวันที่ 29 พ.ค. ระหว่างที่จัดของอยู่นั้นก็มีเมลเข้ามา
"สวัสดีค่ะแก้ม พรุ่งนี้รบกวนให้นั่งรถบัสจากbostonมาconcord, new hampshireนะคะ วันเสาร์ที่ร้านยุ่งมากไปรับถึงboston ไม่ได้ มาถึงแล้วโทรหาพี่ด้วย xxx-xxx-xxxx"
หืมมมม? "Concord?" Concord? Concord คืออารายยยยยย ชื่อเมืองหรอ? ชื่อเมืองใช่ม้ายยย? โอ๊ยตายแล้ว นี่คือไปอเมริกาครั้งแรก ออกนอกประเทศครั้งแรก และไปคนเดียว ป้าดดดดดด ก็ยังดีวะที่มีคำว่า "นั่งรถบัส" อย่างน้อยก็คือต้องขึ้นรถบัสไปสินะ จะมีรถบัสไปส่งฉันที่ concord ใช่มั้ย แล้วจะโทรหายังไงวะ เปิดโรมมิ่งก็เสียตังค์ดิ ให้ตายเหอะ จัดกระเป๋าไปกรีดร้องไป (TOT)
ณ ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ
เอิ่ม... บอกไปแล้วใช่มั้ยว่าออกนอกประเทศครั้งแรก คือไม่รู้เรื่องอะไรเลยในการที่จะทำอะไรก็แล้วแต่ในสนามบิน ยังดีนะที่มีคนมาส่ง แต่คนที่มาส่งก็แอบใจร้ายอะ ผลักไสเค้าให้เข้าไปในเทอมินอลซึ่งจะออกมาไม่ได้อีก เค้าต้องอยู่คนเดียวใช่มั้ย[น้ำตาซึม] เอาใหม่ คนมาส่งใจดีก็ได้ ถึงจะส่งแล้วแต่ก็ถือสายโทรศัพท์ไว้ตลอดจนถึงเกจ (กลัวไปทำเซ่อซ่าหลงทางสินะ) แม่ก็โทรมากลัวว่าลูกจะไม่ตื่น เพื่อนก็โทรมาบอกว่าแอม โซ ซอรี่ ที่ไม่ได้ไปส่ง แล้วสุดท้ายก็โทรไปร่ำลาย่าที่บ้านได้ทันก่อนจะประกาศให้ขึ้นเครื่องพอดี บ๊ายบายไทยแลนด์~ I'll be back in three month jub jub.
บนเครื่องบิน
งานนี้เตรียมของมาทำบนเครื่องบินเยอะมาก นิยาย 1 เล่ม, box set ซีรี่ส์คุณชายกาแฟฉบับการ์ตูน 1 box , paper ที่ต้องใช้ทำโปรเจกต์ แล้วก็ โหลดละครกระทิงมาไว้ดู กะว่าจะใช้เกือบ 20 ชม.ที่อยู่บนเครื่องบินให้คุ้มไปเลย 5555
ที่นั่งข้างๆเป็นลุงต่างชาติคนหนึ่ง ถึงจะแก่แต่ท่าทางยังแข็งแรงมาก ลุงแกชวนคุย(เป็นภาษาอังกฤษ)ตั้งแต่เครื่องออก Where are you from? อะไรก็ว่าไป ได้ความประมาณว่าแกเป็นชาวฮาวายเอี้ยน มีอาชีพปลูกไร่กาแฟกับเม็คคาเดเมียร์ มาเมืองไทยบ่อยๆ เพราะชอบและมีเพื่อนอยู่ที่นี่ ชอบกินอาหารไทยด้วย และนี่ก็กำลังจะกลับบ้านที่ฮาวาย เราก็เล่าให้เขาฟังบ้างว่าเราก็กำลังจะไปอเมริกาเหมือนกัน ไปโครงการเวิร์คแอนด์ทราเวล Do you know? คือเราจะต้องทำงานก่อน แล้วใช้เงินนั้นไปเที่ยว 5555 แล้วไอก็ไปทำงานที่ร้านอาหารไทยด้วยนะ ลุงบอกว่าที่อเมริกาก็มีร้านอาหารไทยเยอะแยะ แต่รสชาติไม่เหมือนกินที่เมืองไทย (เพราะงั้นแกเลยมาบ่อยๆ <<อันนี้แกไม่ได้บอก 555)
คุยกันได้พักใหญ่ ในใจเริ่มหวั่นว่า 'นี่เราต้องคุยกันตลอดทางเลยหรอ ฉันเริ่มรู้สึกไม่ได้ดีแล้วอะ คลื่นไส้วิงเวียน เพราะนอนน้อยช่วงสอบแน่ๆ' แต่ลุงแกก็คงอยากเป็นส่วนตัวเหมือนกัน แอบเนียนสอนใช้มอนิเตอร์ สอนดูหนัง ฟังเพลง ดูแผนที่ไปเรื่อย เราก็บอกลุงว่าไป "I feel not ok." ลุงแกก็เป็นห่วงเอาถุงมากางให้ดูแล้วสอนวิธี... (เอิ่ม.. ใช้คำว่า "อ้วก" ได้ใช่มั้ย จะใช้ "อาเจียน" ก็ดูสุภาพไป) เออ นั่นแหละ ลุงแกสอนวิธีอ้วกใส่ถุงอะ แล้วบอกว่าไอไม่มียา ให้ขอแอร์ฯสิ งื้ออออ ไม่ดูแลคนป่วยหน่อยหรอลุง คนมันเดินทางคนเดียว ยิ่งขาดความอบอุ่นอยู่ (TT)
หลังจากกินยาที่แอร์ฯสาวคนสวยเอามาให้แล้วก็หลับค่ะ หลับจนใกล้จะถึงญี่ปุ่น พอขยับตัวได้ลุงก็ถาม Are you feel better? โอ้ ดีขึ้นมาก ขอบคุณที่มีสิ่งนี้เกิดขึ้นบนโลก หนูจะไม่ลืมบุญคุณคนคิดค้นยาแก้เมาเครื่องเลย ส่วนลุง เราจะต้องจากกันแล้ว ขอบคุณสำหรับความเฟรนลี่ที่ให้หนูได้ซ้อมภาษาอังกฤษก่อนเจอของจริง บายยย~
คราวนี้ต่อเครื่องไปบอสตัน ที่นั่งข้างๆเป็นป้าชาวมาเลเซียร์ เราทักทายกันนิดหน่อยแล้วป้าแกก็ให้ลูกอมกระชับความสัมพันธ์ฉันท์เพื่อนบ้านมาเม็ดหนึ่ง จากนั้นก็ต่างคนต่างอยู่ จะดูหนังฟังเพลงอะไรก็เรื่องของป้าละ ส่วนเราน่ะหรอ หึหึหึ[หัวเราะชั่วร้าย] หลับสิคะ หลับอย่างเดียวเลย ยายังไม่หมดฤทธิ์ใช่ม้ายยยย ตื่นมากินข้าวแล้วก็ดูซินเดอเรลล่าเรื่องหนึ่ง แล้วก็นอนยาวต่อ ตื่นอีกทีเครื่องบิน landing พอดี นี่กะนอนเอาคืนช่วงสอบเลยใช่มั้ยฮะ สรุปได้ว่า ทุกสิ่งทุกอย่างที่เตรียมไปข้างต้น ไม่ได้ทำสักอย่างเดียว ได้นอน กิน ดูซินเดอเรลล่า และของแถมเป็นยาแก้เมาเครื่องอีก 3 เม็ด (^^")
เครื่องบินจอดที่ Boston International Airport : เธอเห็นพระจันทร์นั่นไหม มีกระต่ายอยู่บนนั้นเหมือนที่บ้านเราเลย (^^) [พระจันทร์เล็กมาก ดูวิวแทนละกัน]
At Boston International Airport
พอเดินออกมาจากสนามบินก็เจอภาพนี้
ในใจท่อง 'ขึ้นบัสไปคอนคอร์ดๆๆ' รถที่นี่ขับคนละฝั่งกับเมืองไทยนี่นา แล้วมันต้องขึ้นฝั่งไหนวะ? ต้องข้ามฝั่งไปเปล่า? ขึ้นตรงไหน? สายอะรายยยย? โอ๊ย! งงชีวิต แถวนี้มีแต่หัวทองๆแล้วด้วยดิ แต่ถึงจะถามหัวดำไปก็คงไม่รู้เรื่องเหมือนกัน ยังไงดีๆ อ๊ะ! เจอรปภ.นั่งเฉยๆ ทำหน้าตาเซื่องซึมอยู่คนเดียว ลุย!!!
I : "Excuse me. How to go to Concord, New hampshire?"
รปภ. "What?" ทำหน้างง
I : "How to go to Concord, New Hampshire?"
รปภ. "What? Again. Where are yougoing?" หน้างงหนักกว่าเก่า
I : "Concord. C-o-n-c-o-r-d" สะกดซะเลย
รปภ. "Ahhhhh. Concord!" หน้าอเมซิ่งมาก เหมือนว่าข้ารู้ ข้าเห็น ข้าบรรลุแล้ว "Go there, at north station" ชี้มือไปทางที่เราเดินจากมา
I : "OK. Thank you" รีบไปดีกว่า บายยยย อย่านั่งหลับในเวลางานนะลุง
นั่งๆยืนๆรออยู่พักใหญ่บัสที่จะไปคอนคอร์ดก็มา ข้างรถเขียนว่า "free wifi on bus" หือ? มีไวไฟฟรีบนบัสด้วยหรอ? ลองดิ๊ เฮ้ย! มีจริงอะไรจริง (ตื่นเต้นเวอร์ไปละ - -) 5555 เก๋ๆอะ ประเทศนี้เขาดีเนอะ
ครึ่งทางผ่านไป(รู้ได้ไง? : เปิดกูเกิ้ลแมพสิคะ) มีไลน์เข้า จากเพื่อนที่มาก่อนนั่นเอง เพื่อนบอกว่า 'พี่เขากำลังออกไปรับนะ ให้รอก่อน' อะค่ะ ใกล้ถึงสถานีพอดี ไม่ต้องคิดว่าลงตรงไหน เพราะรถนี่วิ่งยาว ทุกคนลงสุดสายเหมือนกัน อืม... มืดแล้ว หนาวด้วย (=[]=!) ใครบอกว่าซัมเมอร์ร้อนเหมือนเมืองไทยอย่าไปเชื่อนะ ตอนกลางคืนหนาวมาก เตรียมใจเผื่อหนาวมาบ้างก็ดี แต่นี่ไม่ได้เตรียมไง ยืนหนาวไปดิ จากตอนแรกมีอยู่ 3-4 คน ก็ค่อยๆมีคนมารับไปเรื่อยๆ เรื่อยๆ จนสุดท้าย... บร๊ะเจ้า! Alone at the station ค่ะพี่น้อง! อูยยยย... หนาวววว พี่ชายยยย ฉันหนาวววว
และแล้วแสงสว่างจากไฟรถก็มาหยุดลงตรงหน้า อุวะฮะฮ่าๆๆ ข้าชนะ มีคนมารับข้าแล้ว นายจ้างที่น่ารักของเรานั่นเอง รู้สึกขอบพระคุณมากที่ยังไม่ลืมกัน [ทำหน้าซาบซึ้ง] พอถึงบ้าน(อยู่บ้านนายจ้างเลย)ก็เจอรูมเมท 1 คน กำลังจะนอน (4-5 ทุ่มได้แล้ว) มาขอพัดลมอีกตัวเอาไว้ให้เรา เพราะในห้องนอนมันร้อน แล้วเธอก็นอน ส่วนเราจัดการอาบน้ำเตรียมนอนเหมือนกัน นั่งเครื่องมาข้ามวันไม่อาบก็ไม่ไหว ในห้องน้ำก็นะ เอิ่ม... ปิดฝักบัวยังไงหว่า? อ้อ!ดึงนี่ เอิ่ม... แล้วน้ำอุ่นล่ะ? แงงง หาไม่เจอ อาบน้ำเย็นเจี๊ยบไปละกัน ไม่ไหวแล้ว อยากนอนแล้ว ก่อนนอนพี่เขา(นายจ้าง)มาถามว่าพรุ่งนี้จะเริ่มงานเลยมั้ย? ไปตอน 4 โมงเย็นพร้อมเมท ก็เลยโอเคค่ะ เริ่มงานไวๆ จะได้ทำงานเป็นไวๆ แล้วก็มีตังค์ใช้ไวๆเนาะ อิอิ (^^) งั้นไปนอนกันเถอะ ง่วงอีกแล้ว (= =) GN นะฮะ